บทความของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ในวารสาร TPA News ฉบับที่ 289 ข่าว ส.ส.ท. ปีที่ 25 ฉบับที่ 289 เดือน มกราคม 2564
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564
ครบเครื่องเรื่องการตลาดออนไลน์
ครบเครื่องเรื่องการตลาดออนไลน์
โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย
ม.พิษณุโลก
การตลาดออนไลน์
ถือว่าเป็นที่นิยมและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของโทรศัพท์มือถือและระบบเชื่อมโยงของอินเตอร์เน็ต ซึ่งคนที่จะทำมาค้าขายได้ในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องเรียนรู้การขายผ่านช่องทางดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น ในอดีตเราต้องมีร้านอาหาร ร้านขายไอติม ร้านขายของ
โรงแรมหรือสถานที่พัก อยู่ใกล้กับถนนใหญ่หรือในตัวเมือง แต่เดี๋ยวนี้ เราจะเห็นว่า
สถานที่ต่างๆที่กล่าวมา
ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ใกล้ถนนใหญ่หรือในตัวเมืองอีกต่อไป
บางแห่งอยู่ในหมู่บ้าน ผู้ซื้อก็ตามเข้าไปซื้อ เพราะสามารถ เดินทางตาม GPS หรือ เสิร์ชเอนจิน (Search Engines)
ตามหาสถานที่ต่างๆได้อย่างง่ายดาย
การตลาดออนไลน์
จึงเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญจะต้องเรียนรู้ของคนในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในแวดวงของนักการตลาด
ซึ่งจะต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆเป็นพื้นฐานเช่น
เสิร์ชเอนจิน (Search Engines) หมายถึง ระบบการค้นหา
ที่ออกแบบเป็นเครื่องมือในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ สินค้า
บริการ องค์กร ความรู้ ข่าวสาร ฯลฯ ซึ่งมีอยู่หลายค่าย เช่น
Google
(www.google.com) – มีความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของโลก เกือบทุกประเทศใช้กัน
รวมทั้งประเทศไทยด้วย
Bing
(www.bing.com) – ของบริษัท
Microsoft ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งกับ Google โดยตรง
Yahoo
(www.yahoo.com) – ถูกซื้อกิจการโดย Bing (จาก Microsoft)เพื่อใช้เป็นฐานแข่งกับ
Google
Ask.com
(www.ask.com) –
เป็นเว็ปไซต์ที่ ถามและตอบ มากกว่าการค้นหาแบบ How-to
Baidu
(www.baidu.com) –Search Engine ที่ประเทศจีนนิยมกันมีลักษณะการค้นหา คล้ายกับ Google
และการตลาดออนไลน์
คือ อะไรกันแน่ เรามาดูความหมายกันครับ
การทำ SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization และทำไมเราต้องทำ SEO ?
การทำ
SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้ติดอันดับที่ดีขึ้นและถ้าเป็นอันดับที่ 1 ได้ยิ่งดี
โดยการใช้ Keyword สำคัญๆ ในการถูกค้นหา หากติดอันดับที่
1 ในเสิร์ชเอนจิน (Search Engines) ก็ยิ่งทำให้คนรู้จักและซื้อสินค้าและบริการของเรามากยิ่งขึ้น
เช่น ลูกค้าค้นหาใน Google
แล้วเจอเราอยู่อันดับที่
1 เราก็มีโอกาสได้ขายสินค้า
บริการของเรา มากกว่าคู่แข่งที่ติดอันดับ 30 เป็นต้น
Online Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ คือ การประชาสัมพันธ์และการโฆษณาในสื่อออนไลน์หรือในโซเชียลมีเดีย
เพื่อให้สินค้า บริการ องค์กร เป็นที่รู้จักและทำให้มีลูกค้าอยากจะซื้อ สินค้า
บริการ ของเรามากยิ่งขึ้น หากเราต้องการทำการตลาดออนไลน์ เราต้องทราบสิ่งเหล่านี้หรือตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียก่อน
เช่น
1.กลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร
เพื่อจะได้ยิงโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
2.เราต้องมีเว็ปไซต์
หรือ หน้าร้านออนไลน์เป็นของตนเอง เพราะลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง
3.เราจะขายออนไลน์โดยใช้เครื่องมือไหน
เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือออนไลน์มากมายเช่น
เปิดเพจร้านค้า โฆษณา facebook,เปิดช่องยูทูบ โฆษณา youtube,เปิดแอคทวิตเตอร์ โฆษณา twitter ,เปิดร้านขายของในไอจี โฆษณา Instagram เป็นต้น
4.หาช่องทางการติดต่อให้ลูกค้าติดต่อได้
เช่น E-mail ,
เบอร์โทรศัพท์ , เฟสบุ๊ค
เมสเซนเจอร์ , Line เป็นต้น
5.เราสามารถขายผ่านช่องทาง MarketPlace อย่าง ขายของออนไลน์ ใน Shopee ขายของออนไลน์ ใน Lazada ซึ่งทำให้เสียเงินลงทุนน้อยและประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย
เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน
6.ท่านจะมีวิธีการชำระเงินอย่างไร
ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเรามีระบบเก็บเงินผ่านออนไลน์
7.พยายามสร้างความแตกต่างเพราะการทำอะไรเหมือนกันโลกไม่จำ
แต่การกล้าแตกต่างจะทำให้คนหรือลูกค้าเกิดความสนใจในตัวเราได้
8.หมั่นสร้างแคมเปญหรือกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
คนเดินเร็วอาจจะแพ้คนที่เดินช้าก็ได้ ถ้าคนเดินช้าเดินอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุด
แต่ถ้าคนเดินเร็ว เดินๆ หยุดๆ เหมือนนิทานเรื่อง เต่ากับกระต่าย ดังนั้นจงสม่ำเสมอ
ออกโฆษณา ออกประชาสัมพันธ์ ออกกิจกรรม ลด แลก แจก แถม อย่างสม่ำเสมอ
9.จงพยายามสร้างลูกค้าขาจรให้เป็นขาประจำให้ได้
การซื้อซ้ำทำให้เราเกิดกำไร เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปหาลูกค้าใหม่ ลงทุนโฆษณา
เพราะลูกค้าเก่ามีความสำคัญเป็นอันมาก
นักการตลาดหลายคนหาแต่ลูกค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา โดยลืมรักษาฐานลูกค้าเก่า
ดังนั้น
ข้อความข้างต้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งนักการตลาดจำเป็นจะต้องมีการปรับตัว
ปรับเปลี่ยนความคิด ตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพราะกลยุทธ์การตลาดสมัยหนึ่ง
เราอาจใช้ได้ผลแต่ถ้านำกลยุทธ์การตลาดเก่าๆมาใช้ ในยุคปัจจุบันอาจจะไม่ได้ผล
นักการตลาดสมัยใหม่จึงต้องปรับเปลี่ยนตนเอง หากไม่เปลี่ยนก็อาจจะพ่ายแพ้กับคู่แข่งในที่สุด
วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563
ฮา มาเก็ตติ้ง การตลาด
ฮา มาเก็ตติ้ง เรื่อง ตลก ปั่นกระแส
โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย
ม.พิษณุโลก
ต้องยอมรับกันว่า
วัฒนธรรมไทยหรือคนไทยส่วนใหญ่ ชอบเรื่องราวที่ตลก สนุกสนาน มากกว่า
ชอบเรื่องที่เครียดๆหรือเรื่องที่จริงจัง ฉะนั้นการนำเอา ความขำ อารมณ์ขำ
อารมณ์สนุก มาใช้เพื่อสร้างความจดจำให้กับสินค้า บริโภค
และสร้างแบรนด์จึงสมควรทำเพื่อให้เป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ดังเราจะเห็น
โฆษณา ไม่ว่าวิทยุ หรือ โทรทัศน์ ได้นำเรื่องขำขัน
มาสร้างเป็นเรื่องราวจนคนดูคนฟังติดตรา
ตรึงใจ ซึ่งโฆษณาแนวตลก เรียกรอยยิ้ม
เสียงหัวเราะ สร้างสุขให้ผู้คน มากกว่าโฆษณาธรรมดาๆ ทั่วไป หลายโฆษณาได้ผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว
แต่คนก็ยังจดจำกันได้อยู่
เช่น
โฆษณา แฟลตปลาทอง เปิดตัวคอนโดมิเนียม
เมื่อประมาณปี 2525 โดยได้รวบรวมดารา
ตลก มาแต่งตัวเป็นซุป'ตาร์หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับโลก
คนดู ดูทีไรก็อดขำไม่ได้ กล่าวคือ Superstar ตลกทั่วฟ้าเมืองไทยในยุคนั้น คือ ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์, โน้ต เชิญยิ้ม, น้อย โพธิ์งาม, ดอน จมูกบาน และ เทพ โพธิ์งาม
สิงห์คะนองนา ก็ได้นำเสนอเรื่องราวว่าด้วย
ฮีโร่หรือพระเอกขับรถอีแต๋นไปช่วยหญิงสาวหรือ
นางเอกที่ถูกจับ โดยมีการตีหรือเฆี่ยนรถอีแต๋น
ทำเหมือนอย่างกับเฆี่ยนม้าให้วิ่งได้เร็วขึ้น และยังมีวลีเด็ดคือ “ สงสัยทั่นรองจะถูกยิง” ทำให้คนดูอดหัวเราะไม่ได้
ในสมัยนั้น
โฆษณา "ป.ปลานั้นหายากต้องลำบากออกเรือไป.."
หรือ ‘อาเม้ง
ป.ปลา’ ก็นำบทกลอน
ที่คนฟังคน
ดูเคยท่องจำจนขึ้นใจ ในวัยเด็ก
ออกมาประกอบการโฆษณาในแนวณรงค์รักษ์โลกจากโครงการรวมพลังหารสอง ซึ่งบทกลอนมีดังนี้ ‘ป.ปลา นั้นหายาก ต้องลำบากออกเรือไป
ขนส่งจากแดนไกล ใช้น้ำแข็ง เปลืองน้ำมัน แช่เย็นก็เสียไฟ หุงต้มไซร้แก๊สทั้งนั้น
พลังงานต้องหมดกัน โอ้ลูกหลานจำจงดี’
เพราะสังคมไทยชอบตลก
ไม่ชอบความเครียด อย่างว่าแต่การโฆษณาในโทรทัศน์ แม้แต่หนังหรือ
ภาพยนตร์ก็เช่นกัน ก็ได้นำเอาเรื่องตลกหรือมุขตลกมาใช้ในหนังจนสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ตัวอย่างหนังตลกทำเงิน
ทุบสถิติสร้างรายได้ให้แก่ผู้สร้างเพราะถูกจริตสังคมไทย เช่น "พี่มาก พระโขนง"
เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี
พ.ศ. 2556 แนวโรแมนติก-สยองขวัญ-ตลก
ซึ่งดัดแปลงจากเรื่องแม่นากพระโขนง ผีพื้นบ้านไทย นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ เป็นพี่มาก
กับดาวิกา โฮร์เน่ เป็นแม่นาก
"เดี่ยว
ไมโครโฟน" ของโน้ต อุดม เปิดกันมายาวนานจนถึงเดี่ยว 12 เปิดแสดงแต่ละครั้ง
คนดูกันถล่มทลาย โดย เดี่ยวไมโครโฟนครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23-25 สิงหาคม
พ.ศ. 2538 ที่ หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต
อาคารเมืองไทย-ภัทร
คอมเพล็กซ์
หนังสือตลกอย่างหนังสือ “ขายหัวเราะ” หาอ่านกัน
เจ้าตำรับหนังสือขำขันอายุยาวนาน 42 ปี โดย
หนังสือ
“ขายหัวเราะ” เปิดตัวครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2519 เป็นนิตยสารที่นำเสนอการ์ตูนตลกสามช่องจบ หรือ
การ์ตูนแก๊กเกือบตลอดทั้งเล่ม ภายในลงพิมพ์เรื่องขำขันแทรกเป็นช่วงๆ
และเรื่องสั้นสามเรื่องในแต่ละฉบับ ซึ่งไอเดียในการเขียนการ์ตูนแก๊ก ขำขัน
และเรื่องสั้น
ซึ่งหากวิเคราะห์และพิจารณากันจริงๆแล้ว
มุขตลกหรือมุขฮาจะเกิดจาก 3
เรื่องใหญ่ๆ คือ
1.มุขหักมุม ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่คนฟังหรือคนดู
คาดไม่ถึง คิดไม่ถึง เป็นเรื่องที่ผิดแผกแตกต่างจากสิ่งที่คนฟังหรือคนดูคิดหรือคาดว่าจะเป็น
2.มุขเกินจริง เป็นมุขตลกที่โอเวอร์หรือเกินจริง
3.มุขที่เกิดจากการใช้ภาษา เช่น
มุขล้อเลียน มุขการพูดผิด มุขการเขียนผิด
สำหรับการนำอารมณ์ขันหรือความขำขัน มาใช้ไม่ควรยาวจนเกินไป เช่นการทำโฆษณาเนื้อหาไม่ควรเกิน
15 นาที เพราะถ้าหากยืดยาวจนเกินไป
จะทำให้ความขำจะเฝื่อน อีกทั้งไม่ควรนำ มุขหรือตลก ที่เกี่ยวกับเรื่องของ ศาสนา
มาเล่นเพราะจะสร้างความขัดแย้งได้ง่าย
อีกทั้งการนำมุขตลกมา
ควรใช้มุขตลกให้สอดคล้องกับสินค้า บริการหรือผลิตภัณฑ์ของเราด้วย เพราะมุขตลก บางมุขอาจเหมือนตลกคาเฟ่
ซึ่งไม่เหมาะกับสินค้าของเรา ซึ่งสินค้าของเราดูแล้ว ลูกค้าหรือผู้ดูต้องการความเชื่อมั่นหรือต้องการความมั่นใจ
ดังนั้น
นักการตลาดที่ทราบถึงวัฒนธรรมไทยที่ชอบความสนุก ทำให้นักการตลาดจำนวนมากได้นำความบันเทิงมาใช้เพิ่มอีกเพื่อผสมผสานให้ดียิ่งขึ้น
กล่าวคือนอกจะนำเรื่องตลก มุขตลก มาใช้แล้วยัง มีเรื่องของ เกมส์การแข่งขัน
การเล่นเกมส์ การถามแล้วตอบคำถามเพื่อมอบของรางวัล
มาผสมผสานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำการตลาดได้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งในยุคปัจจุบัน
การทำอะไรไม่ควรทำเฉพาะเรื่อง แต่ควรทำอย่างผสมผสานกัน
และต้องอาศัยเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ความคิดต่าง ความคิดเชิงแกะดำ เข้ามาช่วย
เพราะการทำอะไรเหมือนกับคนอื่นหรือแบบคนอื่น ไม่ทำให้เกิดความน่าสนใจหรือเกิดความแตกต่าง
นักการตลาดควรมีมุมมองหรืออะไรที่แตกต่างจากคนอื่นๆ
ก็จะทำให้เกิดความน่าสนใจและเกิดแรงดึงดูดมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน
สื่ออินเตอร์เน็ตหรือสื่อออนไลน์ เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่และมีคนใช้เป็นจำนวนมาก
หากนักการ
ตลาดท่านใด สามารถนำเอาเรื่องขำขัน
เรื่องสนุกสนาน ไปใช้ในการลงสื่อ ออนไลน์เช่น Facebook , Youtube , TikTok ฯลฯ
ก็จะเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็วและสามารถสร้างแบรนด์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563
รวมพลังนำเสนองานวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เมื่อวันที่ 24-26
พฤศจิกายน 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดพะเยา ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “ รวมพลังนำเสนองานวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ
ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ณ ห้องประชุมเชียงรุ้ง
โรงแรมเวียงอินทร์ จังหวัดเชียงราย จัดโดย มูลนิธิพัฒนาไท สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และวุฒิอาสาธนาคารสมองภาคเหนือ ( 17 จังหวัด)
www.drsuthichai.com












