วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการตลาดมีความสำคัญต่อการแข่งขัน

 




บทความของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์...เรื่อง "การกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการตลาดมีความสำคัญต่อการแข่งขัน" ในวารสาร สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)TPA News ฉบับที่ 287 ข่าว ส.ส.ท. ปีที่ 25 ฉบับที่ 287 เดือน พฤศจิกายน 2563


วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

บทความทางด้านการตลาด ข่าว สสท.

 บทความของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการตลาด ทางสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมของของ ผศ.ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ได้  www.drsuthichai.com






วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2563

การกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการตลาด มีความสำคัญต่อการแข่งขัน


การกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการตลาด มีความสำคัญต่อการแข่งขัน

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง กลวิธีหรือการวางแผนที่ถูกวางเอาไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้บรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ทางด้านการตลาดที่วางเอาไว้หรือตั้งเอาไว้  

 

กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) หมายถึง การวางแผนหรือแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้นสำหรับผลิตตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้าหรือบริการ เพื่อมาตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย 

 

กลยุทธ์ทางด้านการตลาด จึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและเป็นเครื่องมือสำหรับการต่อสู้แข่งขันทางด้านการตลาดและการแข่งขันทางด้านธุรกิจ

 

กลยุทธ์การตลาด 8P

 

กลยุทธ์การตลาด 8P มาจากกลยุทธ์การตลาด 4P  อันได้แก่

1. Product

เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการ  เป็นกลยุทธ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เช่น การออกแบบ คุณสมบัติ  สี  ขนาด  ความคงทน     ความงาม ความสวย รูปทรง รูปลักษณะ ความโดดเด่น ความแตกต่าง เป็นต้น

 

ซึ่งการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สามารถสร้างได้ดังนี้

 

1.สู้ด้วยเรื่องของราคา หากว่า สินค้าเหมือนกัน แต่ราคาของเราถูกกว่าคู่แข่งขัน ลูกค้าจะซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา

 

2.สู้ด้วยเรื่องความแตกต่าง แต่ถ้าหากว่าต้นทุนของเราสู้เขาไม่ได้ ขายถูกกว่าไม่ได้ เราต้องต้องต่อสู้กันด้วยปัญญาหรือใช้สมองมากหน่อย เช่น ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น ต้องทำให้สินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ ของเราแตกต่างจากคู่แข่งขัน เราจึงสามารถขายแพงกว่าได้

 

3.สู้ด้วยเรื่องของความเร็ว เช่น หากว่าเราต้องการซื้อสินค้าอย่างหนึ่ง แต่ว่าร้าน ก ไม่มี ถ้าอยากได้ต้องสั่งซื้อของจะมาอีก 1 อาทิตย์ แต่ว่าร้าน ข ของก็ไม่มีเหมือนกัน แต่ถ้าสั่งวันนี้ได้วันนี้เลย ของราคาแพงกว่าหน่อยหนึ่ง แต่เชื่อแน่ว่าลูกค้าที่มีความต้องการใช้ด่วน ก็ต้องยอมที่จะจ่ายอย่างแน่นอน

 

2. Price

กลยุทธ์ทางด้านราคา โดยการกำหนดราคาของสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องของทุนในการผลิต กลยุทธ์ในการตั้งราคามีดังนี้

 

1 ตั้งราคาตามตลาด (On going price) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีความเหมือนกันกับคู่แข่งขัน หาความแตกต่างได้ยาก

 2 ตั้งราคาตามความพอใจ  ( Leading price )  เป็นสินค้าที่มีความแตกต่างในตราสินค้า หรือมีเอกลักษณ์ส่วนตัว เช่น แหวนเพชรที่ทำมาเฉพาะ ไม่เหมือนใคร หรือทำมาน้อยมาก

3.ตั้งราคาสูง ( Premium price )  เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ คุณลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน

4.การตั้งราคาเท่ากันหมด  ( One pricing ) เป็นสินค้าที่มีราคาติดอยู่บนกล่องหรือบรรจุภัณฑ์

5.การตั้งราคาตามจิตวิทยา เป็นสินค้าที่ตั้งราคาที่ทำให้ผู้บริโภคคิดว่าราคาถูก เช่น ราคา 9 บาท(ราคาไม่ถึงหลักสิบ) ราคา 99 บาท(ราคาไม่ถึงหลักร้อย) ราคา 999 บาท(ราคาไม่ถึงหลักพัน) เป็นต้น

 

3. Place

กลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึง เรื่องของ ทำเล ที่ตั้ง สถานที่  กล่าวคือทำอย่างไรถึงจะให้ผู้บริโภค ซื้อได้อย่างสะดวกสบาย หรือ เดินทางไปซื้อได้สะดวกสบาย ซึ่งปัจจุบันนิยม ขายหรือใช้ช่องทางทางอินเตอร์เน็ต  

 

4. Promotion

การส่งเสริมการตลาด เป็นกลยุทธ์ที่นิยมกันมาก ทำให้ขายของได้เร็วขึ้น เช่น  กลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม สินค้า การโฆษณา เป็นต้น

 

5. Packaging

เป็นกลยุทธ์ที่แตกมาจากกลยุทธ์ Product บรรจุภัณฑ์ ต้องทำออกมาให้ดี หน้าซื้อ ซึ่งจำเป็นจะต้องลงทุน ออกแบบ เพื่อทำให้บรรจุภัณฑ์ออกมาโดดเด่นเหนือคู่แข่งขัน

 

6. Personal

เป็นกลยุทธ์ที่แตกมาจากกลยุทธ์ Promotion การขายโดยพนักงานขาย ซึ่งเหมาะกับสินค้าหลากชนิดเช่น สินค้าที่มีราคาแพง สินค้าที่ใช้หรือเข้าใจได้ยาก ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้พนักงานขายที่มีความรู้ มีประสบการณ์ เข้ามาช่วยเพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อ  

 

7. Public Relation

เป็นกลยุทธ์ที่แตกมาจากกลยุทธ์ Promotion กลยุทธ์การใช้ข่าวสารหรือกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ในการชักจูงผู้บริโภค เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าได้เข้าถึง ซึ่งการประชาสัมพันธ์ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากกว่าการใช้การโฆษณา อีกทั้งยังใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ต้องใช้เวลาในการประชาสัมพันธ์

 

8. Power

เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของอำนาจ หากว่าเรามีอำนาจที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน เราก็สามารถต่อรอง ควบคุม หรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้าได้มากกว่าคู่แข่งขัน

กลยุทธ์การตลาด 8P ไม่ใช้เป็นเรื่องใหม่ ส่วนใหญ่ในวงการธุรกิจก็ใช้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ในอดีต นักการตลาดที่ใช้อาจจะใช้เป็นแต่อาจจะไม่เคยเรื่องรู้เรื่องของทฤษฏีหรือหลักการตลาด แต่ถ้าหากว่าเราลงมือศึกษาไปด้วยแล้วลงมือปฏิบัติไปด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี  

 

นอกจากมีกลยุทธ์ทางด้านการตลาด 8 P แล้ว นักการตลาดยังต้องควรศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของ  STP Model

(Segmentation การแบ่งส่วนตลาด,Targeting การเลือกตลาดเป้าหมายและProduct Positioning เป็นการวางตำแหน่งสินค้าและบริการ)  เรื่องของ Brand Positioning เป็นการวางตำแหน่งสินค้าและบริการ ก็มีความสำคัญ และเรื่องของ กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ  กลยุทธ์ดึง (Pull Strategy),กลยุทธ์ผลัก (Push Strategy)และ

กลยุทธ์ผสม (Push and Pull Strategy)


วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563

Research to Market – R2M Thailand 2020 มหาวิทยาลัยพะเยา

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เป็นกรรมการและให้คำเสนอแนะ พร้อมทั้งร่วมตัดสินการแข่งขัน การแข่งขันเส้นทางสู่นวัตวณิชย์(Research to Market – R2M Thailand 2020) ที่ มหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ณ อาคารเรียนรวม EC05206 

www.drsuthichai.com











วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563

การขับรถอย่างปลอดภัย อบรม

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " การขับรถอย่างปลอดภัย " เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 ณ ห้องอบรม สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 www.drsuthichai.com



















วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

อบรม จังหวัดพะเยา จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ

 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายเรื่อง " จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ" พร้อมทั้งแนะนำ พ.ร.บ.ประกันภัยภาคบังคับ ให้แก่ผู้อบรมสอบใบอนุญาตใบขับขี่ใหม่ ณ ห้องฝึกอบรม สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563  www.drsuthichai.com












วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563

สร้างแบรนด์อย่างไรให้ดังติดตลาด

 

สร้างแบรนด์อย่างไรให้ดังติดตลาด

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

 

              การสร้างชื่อให้ตลาดยอมรับ มีความสำคัญมากต่อการขายสินค้าหรือบริการ สินค้าหรือบริการ ที่มีชื่อเสียงมักเป็นที่ยอมรับของตลาด อีกทั้งมีการตั้งราคาที่แพงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นที่ยอมรับของตลาด ปัจจุบันกระผมมีอาชีพวิทยากร หากว่าวิทยากรท่านใดไม่เป็นที่รู้จักของตลาด คุณคิดว่าจะมีใครอยากไปฟังไหม แต่ตรงกันข้าม หากวิทยากรผู้นั้นมีชื่อเสียงระดับประเทศ ผู้ฟังมักอยากที่จะติดตามฟัง

 

            เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจที่พวกเรามักจะเห็น สินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จำนวนมาก เมื่อเข้าสู่ตลาดมักจะต้องมีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ทางสื่อต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าหรือผู้บริโภค และสิ่งที่สำคัญที่นักการตลาดจะต้องไม่ลืมก็คือ เรื่องของการสร้างแบรนด์

 

 ซึ่งการสร้าง แบรนด์ มีความจำเป็นจะต้องมีหรือจัดงบประมาณทางด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพราะถ้าไม่มีงบประมาณ ก็คงต้องใช้เวลานานกว่า บริษัทที่มีงบประมาณ การสร้างแบรนด์ต้องอาศัยเวลาในการสะสม และต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 

เป๊ปซี่และโคคาโคลา เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ในเรื่องของการสร้างแบรนด์  พวกเราต้องยอมรับว่า เป๊ปซี่และโคลาโคลา มีประโยชน์น้อยกว่า น้ำส้มคั้นหรือน้ำผลไม้ที่นำเอามาคั้นกันจริงๆ แต่ก็ด้วยการโฆษณา และการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ เป๊ปซี่และโคคาโคลา เป็นที่ยอมรับของตลาด และสามารถขายสินค้าได้แพงกว่าน้ำสั้นคั้นหรือน้ำผลไม้คั้น เสียอีก

 

ROLEX  หรือ โรเล็กซ์ กลายเป็นนาฬิการาคาแพงและขายดีที่สุด ปัจจัยที่ทำให้มีราคาแพงและขายดีไม่ได้เกิดจากเรื่องของคุณภาพอย่างเดียว แต่ด้วยการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

 

STARBUCKS COFFEE หรือ สตาร์บัคส์ เป็นร้านกาแฟที่มีกาแฟรสชาติต่างกันถึง 40 ชนิด และสามารถขายได้ในราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับกาแฟโดยทั่วไป ก็เพราะว่าสตาร์บัคส์ สามารถสร้างแบรนด์ให้ตลาดยอมรับ

 

การสร้าง  Brand หรือ แบรนด์  มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำการตลาด การขาย การสร้างธุรกิจ เพราะ Brand จะทำให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านธุรกิจในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา เรื่องของคุณค่าทางด้านจิตใจ  การเชื่อถือการไว้วางใจ จนกระทั้งลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำ และเกิดความศรัทธาใน Brand

 

ตรงกันข้าม ถ้าหากธุรกิจใดไม่สร้าง Brand ไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของ Brand  ธุรกิจนั้น องค์กรนั้น ก็จะเสียเปรียบทางด้านการแข่งขันในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดราคา ลูกค้าไม่มีความเชื่อถือ ไม่ไว้วางใจ และสามารถเปลี่ยนใจไปบริโภค อุปโภค หรือใช้บริการกับสินค้าบริษัทอื่นๆได้ทุกเวลา

 

Brand ก็เหมือนกับคน กล่าวคือ Brand มีวงจรชีวิต มีปฏิสนธิหรือการเริ่มวางแผนสร้าง Brand  มีการเกิด หรือมี Brand ออกสู่ตลาด มีการเติบโต แข็งแรงตามวัยต่างๆ วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานและวัยชรา แล้วก็ตาย ฉะนั้น หากต้องการให้ Brand แข็งแรง บริษัทต่างๆจำเป็นจะต้องเอาใจใส่ ดูแล ไม่ให้ Brand เกิดการเจ็บป่วยแล้วล้มตาย เพราะถ้าหากบำรุงดูแลรักษาไม่ดี Brand ก็จะทรุดโทรมเร็ว

 

อีกทั้งควรคำนึงถึงการเพิ่มคุณค่าให้แก่ Brand ก็มีความสำคัญไม่น้อย เช่น การพัฒนาคุณภาพของสินค้า , การเพิ่มความหลากหลายในตัวของสินค้า , บรรจุภัณฑ์ หีบห่อ รูปร่าง รูปทรงต่างๆ , การบริการหลังการขาย , การจัดส่งสินค้าหรือเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย , การสร้างภาพลักษณ์ของ Brand ให้ปรากฏต่อสังคม  เป็นต้น

 

สำหรับการสร้าง Brand ที่ดี  เราไม่ควรลอกเลียนแบบ Brand อื่นๆ หรือ ไม่วางตำแหน่งของ Brand เหมือน Brand อื่นๆ แต่จงสร้างความแตกต่างในตัว Brand ของเรา หรือต้องยอมที่จะลงทุนพัฒนา Brand อย่างต่อเนื่องให้มีความทันสมัยตลอดเวลา ไม่ให้เกิดความล้าสมัยหรือตกยุค

 

ทำไมหลายบริษัทถึงไม่ให้ความใส่ใจ กับการสร้าง Brand หรือ พัฒนา Brand  ทั้งนี้อาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญ , ขาดความรู้ด้านการตลาดสมัยใหม่ , ขาดบุคลากรด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญก็คือ ขาดงบประมาณในการใช้จ่ายเพื่อลงทุนสิ่งเหล่านี้  เพราะการสร้าง Brand จำเป็นต้องอาศัยงบประมาณเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ หลายบริษัทจำเป็นจะต้องอัดฉีดงบประมาณเพื่อที่จะโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งต้องอาศัยเงินในการซื้อสื่อต่างๆ  อีกทั้งหลายๆ Brand ต้องเสียเงินว่าจ้าง ดาราหรือดีเจหรือผู้ที่มีชื่อเสียงต่างๆมาแนะนำ Brand ในราคาค่าตัวที่สูง

 

สรุป การสร้าง Brand และการพัฒนา Brand มีความสำคัญก็จริงอยู่ แต่เราก็ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น การวิจัยการตลาด ,  ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆของสินค้า , การตั้งราคาขาย , ช่องทางการจัดจำหน่าย , เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวสนับสนุน ตัวบันทอน การสร้าง Brand ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม