วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563

การตลาด Social Media

บทความของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับเรื่องการตลาด Social Media Marketing ในวารสาร สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) เดือนนี้ครับเมษายน 2563 



วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

Social Media Marketing บทความ

Social Media Marketing
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

                ในช่วงที่ผ่านมา  การทำการตลาดของบริษัทหรือองค์กรต่างๆ  มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เนื่องจากเรามีสื่อโซเชียลที่หลายๆคนรู้จัก เช่น Twitter, Facebook, LinkedIn, Youtube  ฯลฯ สื่อเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน สื่อต่างๆเหล่านี้ทำให้การทำการตลาดของนักการตลาดเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในอดีตบริษัทใหญ่หรือแม้แต่บริษัทเล็กๆ จะโฆษณาในสื่อหลัก เช่น TV , วิทยุ , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร ฯลฯ แต่ในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็กหรือบริษัทเกิดใหม่ มักให้ความสำคัญกับ การใช้สื่อโซเซียลหรือสื่อที่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ต
ถามว่าทำไมถึงต้องทำการตลาดในสื่อที่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ต เพราะเนื่องจากทำได้ง่าย แชร์ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำการโฆษณาในสื่อหลัก สื่อบางสื่อที่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ตถึงกับให้ทำการตลาดได้ฟรีๆ โดยไม่เสียเงินแต่อย่างใด เช่น AD facebook ผ่านหน้าเพจแต่ละครั้ง อีกทั้งลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ถามว่าทำไมคนถึงชอบดูหรือเล่นสื่อที่อยู่ในอินเตอร์เน็ต เนื่องจากยุคปัจจุบันโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และเทคโนโลยีทางด้านคลื่นหรือเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ตสามารถใช้ได้ในพื้นที่เกือบทั้งประเทศ(ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เราจึงไม่แปลกใจว่ายุคนี้บุคคลที่ใช้อินเตอร์เน็ตจะมีผู้ใช้ตั้งแต่คนที่อยู่ในวัยเด็กไปจนถึงคนสูงอายุ

สำหรับแง่คิดในเรื่องการทำการตลาดผ่าน Social Media Marketing ที่สำคัญๆมีดังนี้
            1.ถ้าไม่โดน ไม่เร้าใจ ไม่น่าสนใจ อย่าไปทำเนื่องจากจะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าทำต้องทำให้ดี ให้ใหญ่ จนกระทั่งเกิดไวรัล(การส่งต่อ การบอกต่อ จนทำให้รู้จักกันไปทั่ว)  โฆษณาในคลิปหลายคลิปใน Youtube ทำได้ดีมาก จนทำให้ผู้ชมนับล้านๆ คนชม หรือมีการส่งต่อ แชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าคลิปในงานโฆษณาของเราไม่เป็นที่น่าสนใจหรือไม่โดน ไม่เร้าใจ ผู้คนในโลกของอินเตอร์เน็ต ก็ไม่ควรที่จะปล่อยโฆษณาลงไป
            2. Content, Content, Content มีความสำคัญ อย่าละเลยเป็นอันขาด อันดับแรกคุณจะต้องทำการบ้านเสียก่อนว่า ใครคือกลุ่มเป้าหมาย ใครคือลูกค้าของคุณ แล้วคุณจึงลงไปสู่เนื้อหาหรือลงไปสู่คอนเทนต์ของคุณว่าจะเอาอย่างไร เช่น ให้ความบันเทิงผสมเนื้อหาสาระความรู้ หรือมีเนื้อหาในเชิงให้ข้อคิดสะท้อนสังคม  เป็นต้น
            3.ต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อสร้างความทรงจำอย่างต่อเนื่อง บริษัทบางบริษัท ออกโฆษณาดีมาก ทั้งเนื้อหา สาระ จนกระทั่งมีการพูดต่อ ส่งต่อ แชร์ต่อ จนกระทั่งเกิดไวรัล แต่หลังจากนั้น ก็หยุดไปเฉยๆ แทนที่จะทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ดังนั้น การทำการตลาดผ่าน Social Media Marketing เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการต่อเนื่อง จนลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายเกิดการจดจำและพร้อมที่จะเป็นสาวกหรือเป็นแฟนคลับ(FC)
            4.ต้องรู้จักโหนกระแสหรือเกาะกระแส  Real Time Social Media Marketing  การโหนกระแสที่กำลังเป็นข่าวหรือที่กำลังดังหรือที่มีคนสนใจติดตาม( Talk of the Town) การทำการตลาดแบบนี้จะทำให้กลุ่มผู้บริโภคหรือกลุ่มคนส่วนใหญ่ ติดตามเพราะคนส่วนใหญ่ทราบดีว่า บริษัทพูดถึงอะไร ไม่ต้องอธิบายมาก
            5.ต้องรู้จักกระบวนการสื่อสาร เช่น กล่าวคือ ผู้ส่งคือใคร  มีช่องทางอะไรในการส่งสารออกไปได้บ้าง(มีหลากหลายช่องทาง สามารถส่งได้หลายช่องทาง)  ผู้รับสารคือใคร  เมื่อรับสารแล้วมีปฏิกิริยาอย่างไร มีการสนองตอบอย่างไรบ้าง เมื่อผู้ส่งสาร รู้ปฏิกิริยาหรือการสนองตอบ แล้วจึงนำมาแก้ไขหรือปรับปรุง วางแผน ในการส่งสารใหม่ ( โดยใช้กระบวนการ PDCA)
            P (Planning) การวางแผน เป็นกิจกรรมลำดับแรก ที่ต้องกำหนดเพื่อไปสู่เป้าหมาย
            D (Do)  การลงมือทำ การปฏิบัติตามแผน 
            C  (Check) ตรวจสอบและประเมินตนเอง
            A (Action) การปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา
            6.ต้องรู้จัก จัดสรรงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดผ่าน Social Media Marketing เพราะ การจัดสรรงบประมาณในด้านนี้มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า การใช้เงินในการผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์  การจ้างพนักงาน เพราะ ถ้ามีสินค้าที่ดี  โรงงานที่ดี พนักงานที่ดี วัตถุดิบที่ดี ตั้งราคาที่ดี แต่ ลูกค้าไม่รู้จัก หรือ กลุ่มเป้าหมายไม่รู้จัก ก็มีโอกาสขายได้น้อยมาก เมื่อขายได้น้อย ก็ทำให้ขาดทุนหรือมีกำไรน้อยนั่นเอง
7.ต้องรู้จักวัดผล ประเมินผล หลังจากที่ทำการตลาดผ่าน Social Media Marketing ไปแล้ว เราควรต้องมีการวัดผล ประเมินผล ว่ามีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด แล้วควรที่จะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข สิ่งที่ทำลงไปอย่างไรบ้าง ควรที่จะมีการพัฒนาในเรื่องใด ควรที่จะเพิ่มเติมในเรื่องใด หรือควรที่จะหยุดในเรื่องใดบ้าง
ดังนั้น การทำการตลาดผ่าน Social Media Marketing เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและควรที่จะต้องลงทุนทำในยุคปัจจุบันและโลกในยุคอนาคต เพราะโลกของเราได้เปลี่ยนจากการบริโภคสื่อจากสื่อหลัก(โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์) โดยเปลี่ยนมาดูและใช้ Social Media ทางอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งการบริโภคสื่อหลักมีการบริโภคที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด



           


วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

บทควม จงคิดต่าง คิดสร้างสรรค์

บทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์  "จงคิดต่าง...จงสร้างนวัตกรรมและจงคิดสร้างสรรค์ "เขียนเขียนให้กับวารสาร สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ประจำเดือนมีนาคม 2563



วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อบรม กฏหมายเด็กและเยาวชน จังหวัดพะเยา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ช่วงเช้า...งานบรรยาย....ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา หัวข้อเรื่อง "พรบ.ประกันภัยภาคบังคับ" ช่วงบ่ายพูดเรื่อง " กฏหมายสำหรับเด็กและเยาวชนที่ควรรู้" ที่โรงเรียนบ้านแม่กา..








วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

พูด บรรยาย จังหวัดพะเยา

18 กุมภาพันธ์ 2563
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยาย
ให้กับน้องๆเด็กนักเรียน ป. 5 และป 6 (2 ห้อง) หัวข้อ"ฉันมีความฝัน" ช่วงบ่าย บรรยายในหัวข้อ " เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย"ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา







วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

อบรม โรงเรียนเทศบาล 6 จังหวัดพะเยา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ กฎหมายที่เด็กและเยาวชนควรรู้ โครงการ(โรงเรียนยุติธรรมอุปถัมภ์)เด็กม 1 ม 2 ม 3 โรงเรียนเทศบาล 6 จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563








วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บทความ จงคิดต่าง จงสร้างนวัตกรรมและจงคิดสร้างสรรค์


จงคิดต่าง จงสร้างนวัตกรรมและจงคิดสร้างสรรค์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
                ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง การสร้างความแตกต่าง การคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมและการคิดสร้างสรรค์ ลงในสื่อต่างๆ เช่น Facebook , OK Nation Blog , GotoKnow.org และในสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง(วารสาร หนังสือพิมพ์) ฯลฯ เป็นจำนวนมาก สำหรับในบทความนี้อยากจะสรุปหรืออยากให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว
            ThinkDifferent หรือ คิดต่าง มีความสำคัญมากๆ สำหรับคนที่ทำงานด้านต่างๆโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานทางด้านตลาด บุคคลที่เป็นตัวอย่างของการคิดต่าง เช่น สตีเวน  จอบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้งแอปเปิลคอมพิวเตอร์หรือ บริษัทแอปเปิล (Apple: Company Co-founder Steve Jobs Has Died) เขาให้ความสำคัญกับการคิดต่างมาก โลกจริงเกิดสิ่งใหม่ๆก็เพราะมีคนประเภทอย่างเขา สินค้าตระกูลจึงได้เกิดขึ้น ( iPhone iPad iPod) ซึ่งมีหลายรุ่น หลายแบบ
            นักการตลาดที่มีความคิด Think Different มักจะเป็นผู้นำตลาดอยู่เสมอ เพราะเขาจะคิดต่าง คิดใหม่และมักต้องเผชิญกับทั้งความล้มเหลวหรือต้องเผชิญกับเสียงตำหนิ  เสียงดุด่า การเสียดสี การพูดในเชิงดูถูก เช่น จะเป็นไปได้หรือ  บ้าไปหรือเปล่า  มันทำไม่ได้หรอก ฯลฯ กระผมของยกตัวอย่างของบุคคลที่เผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ได้แก่  เอดิสัน ผู้คิดหลอดไฟฟ้าดวงแรกของโลก ,   เฮนรี  ฟอร์ด คนคิดรถยนต์คันแรกของโลก , สองพี่น้องตระกูลไรต์ ผู้คิดเครื่องบินลำแรกของโลก โลกของเราเป็นหนี้คนพวกนี้
            สำหรับเรื่องของการสร้างนวัตกรรมใหม่และการสร้างสรรค์ก็เช่นกัน ในยุคปัจจุบันมีการพูดกันมาก มีการจัดอบรม การพัฒนาบุคคลากรตามองค์กรต่างๆเพื่อให้เป็นนักนวัตกรรมและนักสร้างสรรค์ เราลองมาดูความหมายของคำ 2 คำนี้กันก่อนครับ
            ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง การคิดสร้างสรรค์สิ่ง แปลกๆ ใหม่ๆ (Creative thinking) เป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือสิ่งที่แปลก ที่มีความแตกต่างไปจากของเดิมและสามารถนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
            นวัตกรรม หมายถึง  สิ่งที่มีความแปลกใหม่  ซึ่งเกิดจากการใช้ความรู้ ความสามารถ ใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์  สิ่งแปลกใหม่ในที่นี้อาจจะอยู่ในรูปต่างๆ เช่น  ของสินค้า ของผลิตภัณฑ์  แนวคิด การโฆษณา การสื่อสาร  การจัดสถานที่ รวมไปถึงกระบวนการที่สามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนางานทางด้านการตลาด
            ซึ่งเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ทำได้ง่ายมากโดยมีวิธีการคือ การนำเอาสิ่ง 2 สิ่งขึ้นไปมารวมกัน ก็จะเกิดสิ่งที่มีความแปลกใหม่ขึ้นมา เช่น ยาสีฟันรวมตุ๊กตา(หลอดยาสีฟันแต่ตัวหลอดกับหัวหลอดยาสีฟันเป็นตัวตุ๊กตาที่มีความแปลกๆหรือตุ๊กตาที่อยู่ในกระแสความดังแต่ควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์)
            หรือการนำ 3 สิ่งรวมกัน เช่น (ธนาคาร+ร้านกาแฟ+ร้านอินเตอร์) , การนำเอาสิ่ง 4 สิ่งมารวมกัน ตัวอย่าง ปั๊ม ปตท.(ปั๊มน้ำมัน +คาเฟ่ อเมซอน+7-11+เชสเตอร์กริลล์)
            การวิจัยกับนวัตกรรม การวิจัยมีความสำคัญมากต่อการสร้างสรรค์และก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการวิจัยกับนวัตกรรม จะมีความแตกต่างกัน คือ การวิจัย เรามักจะเสียเงินหรือใช้เงินเพื่อสร้างความรู้หรือได้รับความรู้ใหม่ๆ แต่ นวัตกรรม เป็นการเปลี่ยนความรู้ให้เป็นเงินทอง
            ซึ่งการวิจัย การสร้างนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ประเทศไทยของเรามีความต้องการ เพราะช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับตัวของสินค้าและมูลค่าเพิ่มให้กับราคาของสินค้า สมัยอดีต ประเทศไทยเรามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น มีแร่ธาตุ  ยางพารา  ข้าว ป่าไม้ แต่ในยุคปัจจุบัน ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ก็เหลือน้อยลง อีกทั้ง สินค้าที่ส่งออกเหล่านี้  ประเทศต่างๆ ก็ส่งสินค้าแบบเดียวกับเรา ซึ่งมีความเหมือนกัน
            การคิดต่าง การคิดสร้างนวัตกรรมและการคิดเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นแนวโน้มในการทำงานหรือการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งในอนาคตจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่หยุดนิ่ง หากเรามองกลับไปยังยุคอดีตเราจะเห็นว่า สินค้าหลายๆตัวได้หายไปจากการแข่งขันในยุคปัจจุบัน เช่น
- การใช้บริการโทรเลขได้เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว เด็กยุคใหม่จะไม่รู้จักอีกต่อไป สาเหตุก็มาจาก มีผู้ใช้บริการน้อย เทคโนโลยีมีความทันสมัย มีโทรศัพท์มือถือ มีระบบอินเตอร์เน็ต อีเมล์ต่างๆ มารองรับ อีกทั้งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่สูง ฉะนั้นการบริการโทรเลข จึงได้หยุดให้บริการนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551
-  การใช้เครื่องพิมพ์ดีด ก็มีจำนวนที่ลดน้อยลงหรือแทบจะไม่เห็น โรงงานผลิตจึงต้องลดจำนวนผลิต บางแห่งมีการปิดตัวไปเลย สาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก  การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง Ipad โทรศัพท์บางรุ่นบางยี่ห้อ ก็สามารถใช้พิมพ์งานและสามารถแก้ไขหากว่าพิมพ์ผิดได้อย่างสบาย
            ดังจะเห็นได้ว่าสังคมไทย มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีการคิดต่าง มีการสร้างนวัตกรรม มากกว่าในยุคอดีต ดังจะเห็นได้จากสินค้าหลายตัว มีการปรับเปลี่ยน รูปแบบ  ความทันสมัย รสชาติ สีสัน ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น สมัยอดีต หากว่าเราจะเกิดโดนัสสักชิ้น เราคงจะต้องนึกภาพว่า โดนัส มีลักษณะกลมๆ มีรูตรงกลาง แต่ในปัจจุบัน มีนักการตลาด สร้างสรรค์ และออกแบบ โดนัส พิซซ่า ซึ่งทำให้ภาพของขนมโดนัส เปลี่ยนแปลงไป แต่ทำให้ผู้บริโภคอยากสัมผัส อยากทดลองสิ่งแปลกๆใหม่ๆ
ฉะนั้น ในโลกของการแข่งขันในยุคนี้ เป็นโลกทุนนิยมเสรี ประเทศต่างๆก็ต้องมีการแข่งขัน ประเทศไทยของเราก็อยู่ในสังคมโลก  ใครสามารถมีและสร้างไอเดียใหม่ๆ มีความคิดต่าง มีการสร้างนวัตกรรมหรือมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ใครสามารถนำเอาสิ่งดังกล่าวไปใช้ได้ก่อนคนอื่นๆ ใครสามารถสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการตลาดอยู่ตลอดเวลา ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ขายแต่ของเก่าๆ ไม่ยอมสร้างสรรค์ ไม่ยอมคิดต่าง ไม่ยอมคิดสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และสุดท้ายก็ต้องออกจากตลาดอย่างแน่นอน