วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

จิตใจที่สงบและเข้มแข็ง คือพลัง คือทรัพย์สิน ที่ยิ่งใหญ่ ใครก็ไม่สามารถขโมยมันไปจากคุณได้ ในวันที่คุณไม่เหลืออะไรเลย ในวันที่คุณท้อแท้ สิ้นหวัง มีทุกข์มากมาก ในวันนั้นคือบทพิสูจน์ ความสงบและความเข้มแข็งของสภาพจิตใจของคุณเอง สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com

 


จิตใจที่สงบและเข้มแข็ง คือพลัง คือทรัพย์สิน ที่ยิ่งใหญ่ ใครก็ไม่สามารถขโมยมันไปจากคุณได้  ในวันที่คุณไม่เหลืออะไรเลย ในวันที่คุณท้อแท้ สิ้นหวัง มีทุกข์มากมาก ในวันนั้นคือบทพิสูจน์ ความสงบและความเข้มแข็งของสภาพจิตใจของคุณเอง สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com

อย่าปล่อยให้ความล้มเหลว ความกลัวในอดีต มาทำลายความมั่นใจของคุณในวันนี้ สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com

 


อย่าปล่อยให้ความล้มเหลว ความกลัวในอดีต มาทำลายความมั่นใจของคุณในวันนี้ สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com


วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2568

ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ “ เปลี่ยนห้องเรียนเป็นเกมโชว์ ” ให้แก่คุณครูที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ(โครงการคูปองครู) ณ โรงแรมพรพิงค์ ทาวเวอร์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16-17 กันยายน 2560 #วิทยากรสอนสนุก #คำคม #คำคมสร้างแรงบันดาลใจ #นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ #คำคมสร้างกำลังใจ #คำคมสอนใจ www.drsuthichai.com

 





ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ “ เปลี่ยนห้องเรียนเป็นเกมโชว์ ” ให้แก่คุณครูที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ(โครงการคูปองครู) ณ โรงแรมพรพิงค์ ทาวเวอร์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 16-17 กันยายน 2560 #วิทยากรสอนสนุก #คำคม #คำคมสร้างแรงบันดาลใจ #นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ #คำคมสร้างกำลังใจ #คำคมสอนใจ www.drsuthichai.com  

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568

รักเพื่อพบแล้ว พลัดพราก คนที่เรารักทุกคน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง อาจจะต้องจากลา...เราไปไกลแสนไกล ไม่จากเป็น...ก็ต้องจากตาย.... สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com อาจารย์โทนี่

 

รักเพื่อพบแล้ว พลัดพราก คนที่เรารักทุกคน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง อาจจะต้องจากลา...เราไปไกลแสนไกล ไม่จากเป็น...ก็ต้องจากตาย.... สุทธิชัย ปัญญโรจน์ www.drsuthichai.com อาจารย์โทนี่

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568

การเป็นวิทยากรมืออาชีพ (Train The Trainer)


ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เป็นวิทยากรบรรรยายพร้อมเสนอแนะ ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ในหลักสูตร "การเป็นวิทยากรมืออาชีพ (Train The Trainer)" ให้กับวิทยากรการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ ในวันที่ 3 - 4 เมษายน 2568  ณ ห้องฝึกอบรมของวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) จังหวัดปทุมธานี www.drsuthichai.com






















วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568

คำถามที่พบบ่อย คือลูกจ้างเป็นพนักงานขาย นำเงินที่ลูกค้าชำระรับไปเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ค่าดาวน์รถและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลูกจ้างจะ มีความผิดฐานลักทรัพย์ หรือมีความผิดฐานยักยอก ตอบ ความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2564 จำเลยเป็นลูกจ้างผู้เสียหาย มีหน้าที่ขายรถยนต์ให้ลูกค้าของผู้เสียหายและเก็บเงินจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ด่าดาวน์รถกับ คำใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการซื้อขายรถซึ่งได้รับจากลูกค้าที่ซื้อรถจากผู้เสียหาย เงินจำนวนต่าง ๆ ที่จำเลยรับไว้จากลูกค้า เป็นการรับเงินไว้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างผู้เสียหาย ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าผู้มาซื้อรถ จำเลยเพียงแต่รับเงินและยึดถือไว้ชั่วคราวก่อนจะนำส่งมอบให้ผู้เสียหายเท่านั้น อำนาจในการครอบครองควบคุมดูแลเงินดังกล่าวจึงเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยรับ เงินจากลูกค้าของผู้เสียหายรวม 7 ครั้งแล้วเอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) วรรคแรก ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่

 


คำถามที่พบบ่อย คือลูกจ้างเป็นพนักงานขาย นำเงินที่ลูกค้าชำระรับไปเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ค่าดาวน์รถและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลูกจ้างจะ  มีความผิดฐานลักทรัพย์ หรือมีความผิดฐานยักยอก
ตอบ ความผิดฐานลักทรัพย์  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2387/2564
         จำเลยเป็นลูกจ้างผู้เสียหาย มีหน้าที่ขายรถยนต์ให้ลูกค้าของผู้เสียหายและเก็บเงินจากลูกค้าไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจองรถ ด่าดาวน์รถกับ คำใช้จ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับการซื้อขายรถซึ่งได้รับจากลูกค้าที่ซื้อรถจากผู้เสียหาย เงินจำนวนต่าง ๆ ที่จำเลยรับไว้จากลูกค้า เป็นการรับเงินไว้ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างผู้เสียหาย ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อกับลูกค้าผู้มาซื้อรถ จำเลยเพียงแต่รับเงินและยึดถือไว้ชั่วคราวก่อนจะนำส่งมอบให้ผู้เสียหายเท่านั้น อำนาจในการครอบครองควบคุมดูแลเงินดังกล่าวจึงเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยรับ เงินจากลูกค้าของผู้เสียหายรวม 7 ครั้งแล้วเอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) วรรคแรก
ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่


วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568

คดี รับของโจร มีประเด็นข้อต่อสู้ ดังนี้ 1. เจ้าของทรัพย์สินที่นำไปขายนั้น เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงหรือไม่ แต่หากว่าทรัพย์สินนั้นผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด กฎหมายไม่รับรองคุ้มครอง 2. ต้องวิเคราะห์ว่าการกระทำของผู้ที่ได้นำเอาทรัพย์สินมาขายให้นั้น มีความผิด 8 ฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง กระโชก รีดเอาทรัพย์ (ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗) 3.ราคาของทรัพย์สินที่ซื้อเทียบกับราคาท้องตลาด หากแตกต่างกันมาก เช่น ซื้อต่ำกว่าราคาปกติมาก อาจมีข้อพิรุธว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์มาจากการกระทำความผิด(ราคาตลาด 130,000บาทรับซื้อแค่ 3,500 บาท) 4.ผู้ขายมีข้อพิรุธหรือไม่ เช่น อายุ อาชีพ รายได้ รูปลักษณ์ลักษณะ บุคลิกภาพ ไม่ได้ขายของเป็นอาชีพ ฯลฯ (ตัวอย่าง เด็กเอาทองไปขายให้ห้างทอง) 5.ลักษณะทรัพย์สิน มีข้อพิรุธ มีทะเบียนของทรัพย์สิน หรือไม่ เช่น มีร่องรอยการ ขูด เขียน ลบ ต่อเติม เสริมแต่ง หรือหากว่าเป็นทรัพย์สินที่มีทะเบียน แต่จำเลยไม่ได้ตรวจสอบ อาจแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ไม่ดี (หากเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีทะเบียนอาจจะยากต่อการตรวสอบ เช่น พระเครื่อง ) 6.มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ ในการรับซื้อทรัพย์สิน หรือไม่ เช่น เอกสาร สัญญา บัญชี ใบเสร็จรับเงิน ทะเบียน อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการรับซื้อด้วยความสุจริต แต่หากไม่มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ อาจส่อให้เห็นถึงความมีพิรุธหรือเจตนารมณ์ที่ไม่ดีได้ 7.การกระทำของจำเลยที่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ เช่น การไม่หลบหนี การให้การที่เป็นประโยชน์ ตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ส่อให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจ แต่หากมีการกระทำในลักษณะไม่ให้ความร่วมมือ เช่น ปกปิด หลบเลี่ยง ไม่พูดความจริง อาจแสดงให้เห็นข้อพิรุธ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่

 


คดี รับของโจร มีประเด็นข้อต่อสู้ ดังนี้ 1. เจ้าของทรัพย์สินที่นำไปขายนั้น เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริงหรือไม่ แต่หากว่าทรัพย์สินนั้นผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด กฎหมายไม่รับรองคุ้มครอง 2. ต้องวิเคราะห์ว่าการกระทำของผู้ที่ได้นำเอาทรัพย์สินมาขายให้นั้น มีความผิด 8 ฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง กระโชก รีดเอาทรัพย์ (ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗) 3.ราคาของทรัพย์สินที่ซื้อเทียบกับราคาท้องตลาด หากแตกต่างกันมาก เช่น ซื้อต่ำกว่าราคาปกติมาก อาจมีข้อพิรุธว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์มาจากการกระทำความผิด(ราคาตลาด 130,000บาทรับซื้อแค่ 3,500 บาท) 4.ผู้ขายมีข้อพิรุธหรือไม่ เช่น อายุ อาชีพ รายได้ รูปลักษณ์ลักษณะ บุคลิกภาพ ไม่ได้ขายของเป็นอาชีพ ฯลฯ (ตัวอย่าง เด็กเอาทองไปขายให้ห้างทอง) 5.ลักษณะทรัพย์สิน  มีข้อพิรุธ มีทะเบียนของทรัพย์สิน หรือไม่ เช่น มีร่องรอยการ ขูด เขียน ลบ ต่อเติม เสริมแต่ง หรือหากว่าเป็นทรัพย์สินที่มีทะเบียน แต่จำเลยไม่ได้ตรวจสอบ อาจแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ไม่ดี (หากเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีทะเบียนอาจจะยากต่อการตรวสอบ เช่น พระเครื่อง ) 6.มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ ในการรับซื้อทรัพย์สิน หรือไม่ เช่น เอกสาร สัญญา บัญชี ใบเสร็จรับเงิน ทะเบียน อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการรับซื้อด้วยความสุจริต แต่หากไม่มีการออกหลักฐานหรือเอกสารต่างๆ อาจส่อให้เห็นถึงความมีพิรุธหรือเจตนารมณ์ที่ไม่ดีได้ 7.การกระทำของจำเลยที่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ  เช่น การไม่หลบหนี การให้การที่เป็นประโยชน์ ตรงไปตรงมา ไม่ปกปิด ส่อให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจ แต่หากมีการกระทำในลักษณะไม่ให้ความร่วมมือ เช่น ปกปิด หลบเลี่ยง ไม่พูดความจริง อาจแสดงให้เห็นข้อพิรุธ ทนายสุทธิชัย ปัญญโรจน์ ทนายโทนี่