วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561

การพัฒนาตนเอง


การพัฒนาตนเองให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21
โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และการสื่อสารขององค์กร
www.drsuthichai.com
                การพัฒนาศักยภาพของตนเองในศตวรรษที่ 21 มีความสำคัญมากกับความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การทำงาน คนที่ต้องการประสบความสำเร็จควรจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งคงต้องมีการพัฒนากันหลายๆ ด้าน เช่น
                1.การอ่านหนังสือ คนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ต้องเป็นคนที่ชอบการอ่าน รักการอ่าน การสร้างนิสัยรักการอ่าน เราควรฝึกอ่านหนังสือในแนวที่เราชอบหรือรักก่อน แล้วจึงขยายไปอ่านหนังสือในแนวต่างๆ สำหรับการอ่านเพื่ออาชีพ เราควรหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเรา อ่านให้มากที่สุด อย่างน้อยเดือนละ 3-5 เล่ม ต่อเดือน และควรหาวารสารนิตยสารเกี่ยวกับอาชีพที่เราทำ  อ่านเพื่อหาความก้าวหน้า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในแวดวงอาชีพนั้น
                2.การเข้าฟังสัมมนาดีๆ การอบรมดีๆ ถือว่าเป็นทางลัดในการเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพราะวิทยากรหรืออาจารย์มักมีประสบการณ์หรือมีเทคนิคต่างๆ ในการสัมมนาหรือการอบรม ทำให้เราสามารถนำเทคนิคต่างๆ เหล่านั้น มาปรับใช้ ประยุกต์ใช้ได้ด้วย
                3.การฟังเทปหรือCD วิชาการในรถ เมื่อมีความจำเป็นต้องเดินทางไปในที่ต่างๆหรือไปยังสถานที่ต่างๆ เท่าที่มีเวลาว่างหรือโอกาส เราควรใช้เวลาว่างนั้นๆ ในขณะขับรถโดยการเปิดฟังเทปหรือCD วิชาการ ฟัง
                4.หาทางเข้าสังคมหรือการสร้างเครือข่ายในอาชีพ หรือในงานอดิเรกที่เราสนใจ เช่น สมาคม สโมสร ชมรม ( สมาคมฝึกพูด , สโมสรนักเขียน , ชมรมกีฬาต่างๆ) เพื่อหาเพื่อนหรือเครือข่ายในการช่วยเหลือกัน
                5.การดูแบบอย่าง การหาแบบอย่าง การดูต้นแบบ จะทำให้เราเกิดการลอกเลียนแบบ คนที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มักมีต้นแบบเสมอ เราจะสังเกตเห็นว่า บางคนตอนเด็กๆ อย่างเป็นนักร้องแบบนักร้องคนโน้นคนนี้ จึงเริ่มต้นฝึกร้องเพลงหรือบางคนอย่างชกมวยเก่งแบบเขาทราย เขาจึงเอาหนังสือประวัติของเขาทรายมาอ่าน แล้วเขาก็จะมีกำลังใจในการฝึกฝน อดทนในการซ้อมชกมวย ฯลฯ

                6.หาเวลาว่างให้กับตนเอง การใช้ชีวิตของคนเราในภาวะปัจจุบันเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ทำให้ทุกๆคนต้องแข่งขันกันเกือบทุกๆด้าน บางคนยุ่งวุ่นวายมากจนไม่มีเวลาให้ ครอบครัว หรือแม้กระทั่งตนเอง คนที่ประสบความสำเร็จมักจะต้องจัดเวลาให้แก่ตนเอง เพื่อใช้ในการคิดหรือเพื่อใช้เวลาสำหรับการพักผ่อน
                7.ฝึกจดบันทึกส่วนตัว เกี่ยวกับความสำเร็จ ไอเดียใหม่ๆ การใช้ชีวิตประจำวัน การจดสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราไม่ลืม หรือ สามารถนำเอาไอเดียเหล่านั้นมาใช้เพื่อสร้างเป็นธุรกิจหรือการทำงานของเราได้ อีกทั้งท่านสามารถรวบรวมเป็นหนังสือโดยการรวมเล่มขายได้อีกด้วย
                8.ต้องฝึกปฏิบัติหรือพัฒนาตนเองตลอดเวลา จะมีประโยชน์อันใด หากว่าเราอ่านหนังสือ เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ในการสัมมนา ฟังเทปหรือCD วิชาการ ถ้าเราฟังแบบสนุกหรือผ่านๆ ไป แต่ไม่นำมาปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับตัวเราเอง และไม่เกิดการพัฒนา ชีวิตของเราก็จะคงเดิม ไม่ก้าวหน้า
                เช่น เรียนรู้เทคนิคทางด้านการพูดแต่ไม่นำเอาเทคนิคเหล่านั้นมาใช้ หรือไปอบรมเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองแต่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องของการแต่งกาย เรื่องของท่าทางในการเดินการนั่ง หรือ ฟังเทปหรือCD เรื่องการบริหารเวลาแต่ไม่มีความจริงจังในการทำแบบฝึกหัดที่วิทยากรบรรยาย ฯลฯ
อีกทั้งควร  พัฒนาตนเองในรูปแบบของ 5 ส. สู่ความสำเร็จ ”
                ส.ที่ 1  สมอง คนที่ร่ำรวย คนที่มีหน้าที่การงานดี คนๆนั้นมักมีมันสมองที่ดี ฉลาด การพัฒนาสมองจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ เพราะการจะแก้ไขปัญหาต่างๆ เรามักสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยกันหลายทาง แต่คนที่มีมันสมองที่ฉลาด มักใช้ความคิด และการตัดสินใจที่ดีกว่าคนที่มีมันสมองที่ไม่ดี
                ส.ที่ 2 สัมพันธ์ การพัฒนาความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่า ในการทำงานทุกแห่งเรามักทำงานร่วมกันกับคนอื่น การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจึงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน ศึกษา
               ส.ที่ 3 สติ  การทำงานทุกประเภท บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่มีสติ ไม่เป็นคนที่ใจลอยหรือเป็นคนที่ขาดสติ  คนที่มีสติ มักทำงานได้รอบคอบกว่าคนที่ไม่มีสติ คนที่มีสติ มักทำงานได้ผิดพลาดน้อยกว่าคนที่ขาดสติ 
                ส.ที่ 4 สง่า  บุคลิกภาพ ความสง่า มีส่วนสำคัญที่สร้างความประทับใจเริ่มแรกในการพบปะกัน การแต่งกาย ทรงผม หน้าตา ตลอดจนการรักษารูปร่าง จึงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น
                ส.ที่ 5 สัจจะ บุคคลที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่เคารพ นับถือ มักเป็นคนที่ใช้คำพูด ใช้วาจา ที่ดี เป็นคนที่รักษาคำมั่นสัญญา  เป็นคนที่พูดจาอ่อนหวาน สุภาพ ดังนั้นบุคคลที่ต้องการประสบความสำหรับควรที่จะต้องมีการฝึกฝนและพัฒนา ปรับปรุง คำพูด
                ดังนั้นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในศวรรษที่ 21 จำเป็นจะต้องพัฒนาตนเองให้มีทักษะด้านต่างๆ ข้างต้น   ถ้าหากว่าท่านคิดว่าตนเอง พัฒนาตนเองได้ ท่านก็จะพัฒนาตนเองได้ แต่ถ้าหากว่าท่านคิดว่าท่านไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ ท่านก็มักจะเป็นไปตามความคิดของท่าน



การสร้างภาพลักษณ์องค์กร



การประชาสัมพันธ์กับการสร้างภาพลักษณ์องค์กร
โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และการสื่อสารขององค์กร
www.drsuthichai.com
ทำไมจึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ ? การประชาสัมพันธ์มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากกับทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทุกสถาบัน เพราะการที่ประชาชนหรือลูกค้าจะเลื่อมใสศรัทธา จะต้องอาศัยการสื่อสารเพื่อให้เกิดข้อมูลและ ความรู้ ในยุคปัจจุบันทุกหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการทำงานด้านประชาสัมพันธ์
การประชาสัมพันธ์ที่ดีควรทำทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร ภายในองค์กรเช่น กลุ่มพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในองค์กร และภายนอกองค์กรได้แก่ กลุ่มผู้ถือหุ้น กลุ่มนักวิชาการและกลุ่มผู้บริโภค รวมทั้งประชาชนทั่วไป
การประชาสัมพันธ์ที่ดีมักสร้างภาพพจน์(Image) หรือ สร้างภาพลักษณ์ขององค์กรให้เกิดขึ้นภายในใจของผู้บริโภคได้ ซึ่งการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในงานประชาสัมพันธ์มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของ ชื่อ,สัญลักษณ์,บุคลิกของคนและหน่วยงาน ฯลฯ
ชื่อ ของหน่วยงานหรือองค์กรมีความสำคัญมาก เช่น เมื่อพูดถึงคำว่า “ มติชน “ พวกเราคิดถึงอะไร เมื่อพูดถึงคำว่า “ AIA “ พวกเราคิดถึงอะไร เมื่อพูดถึงคำว่า “ โตโยต้า “ พวกเราคิดถึงอะไร ซึ่งหลักในการตั้งชื่อหน่วยงาน องค์กรหรือสินค้าที่ดีนั้น เราไม่ควรตั้งชื่อยาวเกินไป ควรตั้งชื่อสั้นๆ เรียกง่ายๆ จำง่ายๆ อีกทั้งต้องมีความหมายที่ดี สื่อความหมายไปในทางที่ดี ไม่ควรตั้งชื่อที่มีความหมายในทางลบ
สัญลักษณ์ เช่น โลโก้ ตรา เครื่องหมาย คำขวัญ ควรสร้างหรือออกแบบให้มีความสอดคล้องกับชื่อหน่วยงาน สอดคล้องกับธุรกิจ แต่ให้ดูดึงดูดและเด่น และควรสื่อความหมายที่ชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดความสับสน
บุคลิกของคน ในหน่วยงานก็มีความสำคัญ หลายหน่วยงานจะมีเครื่องแบบให้แต่งกายเหมือนๆกัน เช่น ธนาคารหลายแห่งในปัจจุบันก็จะมีชุดทำงานที่เหมือนกัน ใช้สีเสื้อผ้าที่เหมือนกัน มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ประทับเครื่องแต่งกายเหมือนกัน
บุคลิกของหน่วยงาน มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ภายในใจของผู้บริโภคหรือคนพบเห็น เช่น เมื่อกล่าวถึง สถานที่ราชการในสมัยก่อนกับเอกชนในสมัยก่อน เราจะเห็นภาพชัดเจน ถึงแม้ในยุคปัจจุบัน หน่วยงานราชการหลายแห่งจะมีการปรับปรุงสถานทีทำงานให้ทันสมัยก็ตาม แต่หลายหน่วยงาน เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทเอกชนเราจะเห็นความแตกต่างกันอยู่หลายประการ กล่าวคือ เรื่องของการแต่งกาย เรื่องของสถานที่ทำงาน เรื่องของการบริการ เรื่องของการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เรื่องของความกระตือรือร้นในการทำงานของคนที่ทำงานในหน่วยงานราชการกับหน่วยงานเอกชน ฯลฯ
สื่อกับการประชาสัมพันธ์ในองค์กร ในยุคปัจจุบันเป็นยุคสังคมของสารสนเทศ ฉะนั้นสื่อในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาและมีความหลากหลายกว่าในอดีต อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ควรต้องใช้สื่อที่มีความหลากหลาย เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต จดหมายข่าว แผ่นป้าย โปสเตอร์ สติกเกอร์ แผ่นพับ ฯลฯ
นักประชาสัมพันธ์กับงานประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร นักประชาสัมพันธ์มีความสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร นักประชาสัมพันธ์ที่ดีจึงต้องมีความสามารถที่หลากหลาย เช่น ความสามารถในการสื่อสาร ไม่ว่าเรื่องของการพูดและการเขียน กล่าวคือ สามารถเป็นพิธีกรได้ สามารถให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวได้ สามารถเขียนข่าวส่งข่าวได้ สามารถสร้างความสัมพันธ์กับนักข่าวได้ ฯลฯ
ฉะนั้น เมื่องานประชาสัมพันธ์มีความสำคัญเช่นนี้แล้ว นักบริหารหรือผู้นำในองค์กร ควรให้ความสำคัญแก่งานด้านประชาสัมพันธ์ เช่น การจัดการอบรมให้ความรู้แก่คนภายในองค์กรในเรื่องที่สอดคล้องกับงานประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนในองค์กรเกิดความรู้ ความเข้าใจ และเป็นอีกช่องทางอีกทางหนึ่งในการสื่อสารกับบุคคลภายนอกองค์กร , การจัดงบประมาณให้แก่หน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับค่าใช้จ่าย เป็นต้น

งานอบรม เยาวชน จังหวัดพะเยา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยาย "กฏหมายสำหรับเยาวชน" ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี




วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อบรม กฏหมาย จังหวัดพะเยา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย  ปัญญโรจน์ บรรยาย"กฏหมายในชีวิตประจำวัน "ให้กับน้องๆ... ปวช.และปวส.ของวิทยาลัยเทคนิคพะเยาครับ​​ www.drsuthichai.com





วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

บรรยาย เทคนิคการบริหารสมัยใหม่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " เทคนิคการบริหารสมัยใหม่ " ให้แก่นักศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจและรัฐประศาสนศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัย พิษณุโลก www.drsuthichai.com







บทความ นักการตลาดมือทอง

บทความของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เป็นบทความทางด้านการตลาด...ในวารสาร TPA News ฉบับที่ 260 ข่าว ส.ส.ท. ปีที่ 22 ฉบับที่ 260 เดือน สิงหาคม 2561(สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)



วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

นักการตลาดยุคใหม่


การทำการตลาดยุคใหม่
โดย...ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
            การทำการตลาดในยุคปัจจุบันมีข้อที่แตกต่างไปจากการทำการตลาดในยุคก่อน เพราะการทำการตลาดในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอน อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง
นักการตลาดในยุคปัจจุบันจึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ทฤษฏี หลักการ สินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ สถานที่ ทำเล ราคา การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ รูปแบบกลยุทธ์ทางการตลาดมีความจำเป็นจะต้องปรับตัวตามสถานการณ์ไปด้วย ในอดีตสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจใช้ได้แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เท่าทันกับการแข่งขัน
                สำหรับการทำการตลาดที่ดีในยุคใหม่ มีดังนี้
1.การตลาดเชิงสร้างสรรค์ ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญมากกับสังคมยุคปัจจุบัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง การทำการตลาด เราจะเห็นได้ว่า สินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างมากมาย ก็เนื่องมาจากมีคนคิดสร้างสรรค์นั่นเอง
การตลาดเชิงสร้างสรรค์(Creative Marketing) จึงเป็นการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์เพื่อทำการตลาดหรือสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความแปลกใหม่มากขึ้น หรือมีการนำเอาลูกเล่นการตลาดที่มีความแปลกใหม่กว่าคู่แข่งมานำเสนออยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ได้รับความแปลกใหม่อยู่เสมอ
ทำไมผมจึงให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการตลาดเชิงสร้างสรรค์ในช่วงจังหวะนี้ คำตอบคือ มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความสนใจ เช่น
1. สินค้ามีอายุที่สั้นลง เช่น หากเราสังเกตสินค้าหลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หากใช้ได้ไม่นานก็มีอันต้อง ตกรุ่น , ธุรกิจเพลงออกมาได้ไม่นานติดตลาดได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวหรือออกนอกตลาดไป
2.สินค้าในยุคนี้เป็นเรื่องของการประหยัดต้นทุนหรือใครลดต้นทุนมากกว่าคนนั้นได้เปรียบ  การลดต้นทุนนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้ธุรกิจจำนวนมากที่ไม่มีความสามารถในการปรับตัวต่อการแข่งขัน ต้องล้มหายตายจากไป การสร้างสรรค์งานใหม่ๆ หรือการทำการตลาดเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการต่อสู้กับคู่แข่งขันได้
2.การตลาด E-Commerce หรือ   “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”
การตลาด E-Commerce มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจ การบริหาร การจัดการ เพื่อทำให้องค์กรเกิดความก้าวหน้า เกิดกำไร เกิดความมีชื่อเสียง ทำไมต้องทำการตลาด E-Commerce สำหรับ AEC เพราะ โลกยุคนี้เป็น โลกของการรวมเป็นหนึ่ง โลกแห่งการสื่อสาร โลกแห่งเครือข่าย โลกแห่งการไร้ซึ่งขอบเขต ซึ่งทำให้ประเทศไทยและหน่วยงานธุรกิจจะต้องทำงานค้าขายร่วมกับประเทศต่างๆ มากยิ่งขึ้น
                การทำการตลาด E-Commerce  ท่านควรหารูปแบบในการขายสินค้าและการทำการตลาดเป็นของตนเอง เช่น  ท่านต้องมีหน้าร้านออนไลน์ ท่านต้องมีการพนักงานรับโทรศัพท์  ท่านต้องมีการจัดระบบที่ดีคือ มีการจัดการสินค้าและข้อมูลสินค้า มีกระบวนการดำเนินการซื้อขาย มีการให้บริการชำระเงิน มีการจัดส่งที่มีมาตรฐาน และมีฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์(ให้บริการช่วยเหลือและให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า ให้บริการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า บริการหลังการขายสินค้าหากมีปัญหา แจ้งสถานการณ์สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่การแจ้งให้ชำระเงิน) มีการบริการหลังการขาย ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องมีการสื่อสารการตลาดที่ดีด้วย
3.การตลาดแบบ Think Different หรือ การตลาดแบบ คิดต่าง
                สตีเวน  จอบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้งแอปเปิลคอมพิวเตอร์หรือ บริษัทแอปเปิล (Apple: Company Co-founder Steve Jobs Has Died) เขาให้ความสำคัญมากๆ เกี่ยวกับการคิดต่าง หรือ Think Different  บริษัทถึงกับออกโฆษณาตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับแนวความคิดนี้  และมีคนเคยถามว่า ทำไมเขาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการคิดต่างหรือ Think Different  แต่มีการวิจัยตลาดหรือการหาความต้องการของลูกค้าน้อยมาก
          เขาตอบว่า ในบางครั้งลูกค้าก็ไม่รู้ตัวว่าตนเองต้องการอะไร พร้อมทั้งยกตัวอย่างว่า สมัยของเฮนรี ฟอร์ด คนเรายังไม่มีรถยนต์ใช้ แต่ใช้ม้า ใช้ช้าง ใช้วัว ใช้เกวียน ในการเดินทาง  ถ้าหากเฮนรี ฟอร์ด ทำการวิจัยทางการตลาดว่า ลูกค้ามีความต้องการอะไร ลูกค้ามักจะตอบกลับว่า เขาต้องการม้าที่วิ่งได้ไวที่สุด เขาต้องการเกวียนที่มีประสิทธิภาพที่สามารถบรรทุกของได้เป็นจำนวนมากๆ
         และถ้าหากเฮนรี ฟอร์ด สนองความต้องการของลูกค้า รถยนต์คันแรกของโลกก็จะไม่เกิดขึ้น ฉะนั้น สตีเวน  จอบส์ จึงให้ความสำคัญกับการคิดที่แตกต่างเป็นอันมาก และ Think Different จึงเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของบริษัทแอปเปิล ที่นำเอามาใช้ในองค์กร จนองค์กรคือ บริษัทแอปเปิล ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกและประสบความสำเร็จอย่างสูง ด้วยความคิดที่แตกต่างสินค้าตระกูล I จึงได้เกิดขึ้น ( iPhone iPad iPod) ซึ่งมีหลายรุ่น หลายแบบ และหากเราตั้งข้อสังเกตจะเห็นได้ว่า สินค้าบางตัวเป็นสินค้าที่คิดมาก่อนบริษัทอื่นๆ  เมื่อออกมาขาย บริษัทบางแห่งถึงกับมีการลอกเลียนแบบสินค้าเพื่อนำไปขาย แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า สตีฟ  จอบส์  จะไม่มีการทำการตลาดในตัวสินค้า แต่ตรงกันข้าม เขาจะมีทีมงานการตลาดของบริษัทเอง โดยที่ไม่จ้างนักการตลาดมืออาชีพหรือนักการตลาดที่มีชื่อเสียงมาจากภายนอกแต่จะใช้ทีมงานภายในบริษัทเอง
                นี่คือการทำการตลาดในยุคใหม่ อีกทั้งยังมีอีกหลายปัจจัย ซึ่งกระผมจะทยอยเขียน และท่านสามารถติดตาม การทำการตลาดในยุคใหม่ ได้ในตอนต่อไป